วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552

การผ่าตัดเสริมจมูก (Augmentation Rhinoplasty)

เป็นการผ่าตัดที่นิยมทำกันมากอย่างหนึ่งในประเทศไทย สามารถทำแล้วได้ผลดี มีภาวะแทรกซ้อนน้อย ผ่าตัดแก้ไขได้ใหม่ถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อน

วิธีการผ่าตัด
วัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่คือซิลิโคนชนิดแข็งสำหรับการแพทย์ (Medical Grade Silicone) นำมาเหลาให้เข้ากับรูปหน้าของแต่ละคน แผลผ่าตัดจะมองไม่เห็นจากภายนอก เนื่องจากแผลอยู่ด้านในโพรงจมูก ก่อนการผ่าตัดแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ซึ่งอาจจะใช้ร่วมกับการให้ยานอนหลับ

หลังการผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้เลย
โดย บริเวณสันจมูกจะมีพลาสเตอร์ปิดอยู่เพื่อลดอาการบวมและเคลื่อนของซิลิโคน ควรปิดเอาไว้อย่างน้อย 48 ชั่วโมง แพทย์จะนัดมาดูอีกครั้งประมาณ 1 สัปดาห์หลังการผ่าตัด

หลังการผ่าตัด
  • ควรนอนหัวสูงและประคบบริเวณจมูกด้วยความเย็นอย่างน้อย 48-72 ชั่วโมง
  • จมูกและบริเวณข้างเคียงจะบวมมากที่สุดในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัดหลังจากนั้นจะค่อยๆยุบบวมลง
  • บริเวณที่อยู่ระหว่างหัวตาเป็นบริเวณที่บวมอยู่นานที่สุด
  • รอยช้ำที่เกิดจากการผ่าตัดจะหายไปภายในสองสัปดาห์
  • ไม่ควรแคะจมูกหรือสั่งน้ำมูกสองสัปดาห์หลังการผ่าตัด
ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดเสริมจมูก
  1. การอักเสบติดเชื้อ
    ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลังการรักษาต้องเอาซิลิโคนออกก่อนแล้วค่อยมาทำใหม่โดยทิ้งระยะห่างประมาณสามเดือน
  2. จมูกเอียง
    ถ้าไม่สามารถดัดให้เข้าที่ได้ ก็จะต้องได้รับการแก้ไขโดยการผ่าตัดอีกครั้งหนึ่ง
  3. จมูกทะลุ
    อาจเกิดขึ้นหลังการอักเสบติดเชื้อหรือซิลิโคนที่ใส่ไว้มีขนาดใหญ่หรือสูง เกินไปหรือซิลิโคนเลื่อนลงมาดันผิวหนังบริเวณปลายจมูกจนบางและทะลุออกมา เมื่อเกิดการทะลุจะต้องเอาซิลิโคนออกก่อนแล้วทิ้งระยะเวลาประมาณสามเดือนจึง ค่อยมาทำใหม่
    ขอขอบคุณข้อเขียนโดย
ข้อขอบคุณข้อมูลจาก http://variety.teenee.com โดย นพ.นราธิป ทรงทอง ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงาม ประจำรพ.วิภาวดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น