วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ไซนัส ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไม่ควรผ่าตัดเสริมจมูก เสริมดั้ง

แพทย์รามา เตือนเป็นหวัด ไซนัส ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไม่ควรผ่าตัดเสริมจมูก

ผศ.นพ.เฉลิมพงษ์ ฉัตรดอกไม้ไทร ภาควิชาศัลยศาสตร์ หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ผู้ที่จะทำศัลยกรรมเสริมความงามต่างๆ มีข้อควรระวัง คือ หากป่วย เป็นหวัด ไซนัส ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ลิ้นหัวใจอักเสบ มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือมีภาวะติดเชื้อต่างๆ ไม่ควรรับการผ่าตัดเพราะอาจเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมความงาม ควรได้รับการตรวจร่ายการอย่างละเอียด และหากเป็นการผ่าตัดที่ต้องดมยาสลบ จะต้องผ่านการตรวจเลือดวิเคราะห์โรคก่อน

ส่วน กรณีการรับบริการผ่าตัดเสริมจมูกแล้วป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบมีโอกาสน้อยมาก แต่ก็มีความเป็นไปได้อยู่บ้าง หากมีการติดเชื้ออยู่ก่อนแล้ว โดยมี 2 ปัจจัยหลัก คือ
  1. ผู้รับบริการมีอาการป่วย หรือได้รับเชื้อไข้สมองอักเสบมาก่อนที่จะได้รับผ่าตัดเสริมจมูก โดยเชื้ออาจจะอยู่ในระหว่างการฟักตัว จึงไม่แสดงอาการ และตัวผู้รับบริการจะไม่ทราบว่าป่วยอยู่
  2. มีการติดเชื้อบริเวณใบหน้าอยู่ก่อนแล้ว เช่น เป็นไซนัสอักเสบ หรือโพรงจมูกอักเสบ แล้วไปผ่าตัดเสริมจมูกที่มีการตัด เลาะเนื้อเยื้อ ก็อาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายเข้าสู่สมองได้

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เสริมจมูก ดีหรือไม่ดีในแง่โหงวเฮ้ง

การทำเสริมจมูก หรือลดปีกจมูก หรือตกแต่งจมูก

กรณีของการทำจมูก จะเสริม หรือลด หรือตกแต่งอย่างไรก็แล้วแต่ หากทำแล้ว สันจมูกแหลมเกินไป ก็จะมีผลทำให้เจ้าชะตา ครอบครัวร้าวฉาน มีปัญหา อันนี้กรณีที่มีครอบครัวแล้วนะครับ

ส่วน ถ้ายังไม่มีครอบครัว ก็จะมีผลในเรื่องหน้าที่การงาน ซึ่งแรก ๆ อาจคล่องตัวขึ้น นี่คือดี แต่ไม่ระยะยาวนะครับ แล้วแต่ดวงคน (พิจารณาด้านอื่นประกอบด้วย) แต่ยังไงก็ยังส่งผลไม่ดีในเรื่องคู่ครอง ชีวิตครอบครัว

เรื่องครอบครัวร้าวฉานนั้น หญิงบางคนก็แก้ด้วยการเป็นภรรยาคนที่ 2 หรือ 3 หรือ 4 (>_<) ของเขาไปเลย ซึ่งก็ทำได้ในกรณีอย่างนี้ เพราะหมายถึง "คู่ครองเสีย" แล้วไงครับ (ไม่ใช่คู่ครองตายนะครับคนละความหมายกัน) ซึ่งถ้าเป็นแล้วคุณพอใจ ก็โอเค แล้วแต่ความพอใจของแต่ละคน ยิ่งกรณีเป็นสาวที่ไม่มีปรีน่อง คือขาเรียวสวย อันนี้ ยิ่งถูกโฉลกกับการเป็นภรรยาคนที่ 2 เลยครับ (ดวงมักไปอย่างนั้น) ฉะนั้น กรณีเสริมจมูก กรีดตา ฉีดไขมันที่ใบหน้า ส่วนใหญ่ถ้าจะเสีย (ทำไม่ตรงตามตำรา) จะเสียในเรื่อง เงิน กับครอบครัว และอาจพาลไปถึงสุขภาพด้วย เช่น กรณีไมเคิล แจคสันและอดีตราชินีลูกทุ่งของเรา

จำไว้ว่า "สันจมูกคือทำมาหาเก็บ ปีกจมูกคือทำมาหากิน"

ยกเว้นให้จะให้หมอทำสันจมูกกลมมน โด่ง และปีกจมูกหนา ซึ่งผมก็ไม่ค่อยเห็นใครทำแบบนี้นะ

การเสริมจมูกบางท่าน อาจจะให้หมอทำโด่งมากไป ก็มีผลต่อปีกจมูกด้วย คือทำให้ปีกจมูกบางลงหรือไม่สมส่วน (ไม่ดี) ในแง่โหงวเฮ้ง ซึ่งกรณีนี้ก็จะมีผลในเรื่องการงานที่ไม่ค่อยคล่องตัว สะดุด ซึ่งยิ่งเจ้าชะตาทำให้จมูกโด่งไปมากเท่าใด ปีกจมูกทั้งสอง ก็จะบางลงตามไปด้วย เพราะมันดึงกัน ซึ่งการที่ปลายจมูกโด่งมากไป ก็มีผลให้เงินทองในวัยสูงอายุมีปัญหา (ดูไมเคิล แจคสันเป็นตัวอย่าง)
ทั้งนี้ นี่ยังไม่นับ กรณีหมอทำแล้วมีแผลเป็นอีกนะ ถ้ามีก็จบกันเลยครับ จบนี่หมายถึง เรื่องเงิน เรื่องครอบครัว...ไม่ดี

ตัวอย่างจมูกเสริมแล้วดูดีหาดูได้ที่...
ที่จริงมีอีกเยอะครับ สำหรับใครที่คิดเสริมจมูกจริง ๆ ละก็ ลองดู คุณจั๊กจั่น (ดารา) หรือน้องทาทา (นักร้อง) เป็น แม่แบบก็ได้ คือไม่ว่าจมูกเขาจะจมูกจริงหรือเสริม ผมไม่ขอวิจารณ์ในที่นี้ แต่ขอบอกว่า ทั้งสองเป็นตัวอย่างจมูกที่โหงวเฮ้งดีเลยครับ งานดี เงินดี เงินเก็บเยอะ และไม่รั่วไหลอีกต่างหาก อิจฉา ๆ

อ้อ...หรือ จะให้ใหญ่แบบ "โน้ต" อุดม แต้พานิช ก็ได้นะครับ อันนี้ยิ่งดี แต่ค่าทำน่าจะแพงนะ แล้วสาว ๆ คงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เหอะ ๆ

โอ เค หากไม่แน่ใจยังไงถ้าจะเมลมาถามก็ได้ครับ ไม่หวงวิชาและไม่คิดเงิน ซึ่งผมจะตอบในแง่วิชานรลักษณ์ (Physiognomyhy) เท่านั้นนะครับ ในแง่อื่น ของดออกความเห็นครับ เพราะเวลาน้อย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณวสิทธ์ www.oknation.net

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เสริมจมูก, แต่งปีกจมูก

คำแนะนำเรื่องการเสริมจมูก
ปัจจุบัน ศัลยกรรมตกแต่ง มีความก้าวหน้าไปมาก การเสริมจมูกเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมความงาม ซึ่งทำ ได้รวดเร็วเห็นผลทันที มีความปลอดภัย ผลแทรกซ้อนน้อยและไม่เป็นอันตรายปัจจุบันมีสารที่ใช้เสริมจมูกได้ ปลอดภัย เป็นที่ยอมรับของวงการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ Silastic Silicone ซึ่งมีความคงตัวไม่เสื่อมสลายตามกาลเวลา ไม่มีปฎิกริยากับร่างกาย สามารถถอดออกได้โดยไม่หลงเหลือค้างในร่างกาย, สามารถเปลี่ยนได้ในรายที่ต้องการเปลี่ยนรูปทรง

ผู้ที่เหมาะสมแก่การ เสริมจมูกได้แก่ ผู้ที่ต้องการให้สันจมูกโด่งขึ้นหรือต้องการให้จมูกมีรูปทรงงดงามขึ้น ในบางรายที่มีสันจมูกหัก ปลายจมูกงุ้มอาจต้องทำศัลยกรรมโดย ตัดส่วนที่เป็นกระดูกหักออก และตกแต่งให้ได้รูปทรงสวยงาม

ผลเสียจากการเสริมจมูก พบได้บ้างไม่มากนัก ได้แก่ การติดเชื้ออักเสบ , เลือดออก , สันจมูกเอียง , ไม่ได้รูปทรงสวยงาม ในบางรายที่ไม่ได้รับการดูแลที่ดี อาจทะลุผิวหนังได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถ ความชำนาญของศัลยแพทย์ ซึ่งผลแทรกซ้อนต่างๆนี้สามารถป้องกันและแก้ไขได้ ผู้ที่มีความประสงค์ที่จะรับการเสริมจมูก ควรจะได้รับการปรึกษาจากแพทย์ที่จะทำการผ่าตัด เพราะอาจมีข้อห้าม เช่น โรคประจำตัวบางอย่างที่ไม่ควร ได้รับการผ่าตัดได้แก่โรคเลือดออกไม่หยุด, เบา-หวานขั้นรุนแรง เป็นต้น

การเตรียมตัวเพื่อรับการเสริมจมูก
  1. งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนผ่าตัด
  2. ไม่ควรรับประทานยาบางอย่าง ซึ่งอาจทำให้เลือดหยุดได้ช้าลงเช่นแอสไพริน
  3. ถ้าท่านมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาชนิดใด กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด
  4. อย่า กลัวหรือวิตกกังวล เพราะการผ่าตัดนี้ปลอดภัยมาก ไม่มีอันตรายใดๆ
การปฎิบัติตัวหลังผ่าตัด
  1. ใน 1 - 2 วันแรกควรพักผ่อนให้มากๆ ไม่ควรออกกำลังมาก และหลีกเลี่ยงการ กระทบกระแทก
  2. นอนหัวสูง ประมาณ 30 ํ - 40 ํ
  3. อาจประคบด้วยน้ำแข็งใน 1- 2 วันแรก(โดยประคบครั้งละ 15 นาทีเว้น 15นาที ) หลังจาก 2 วันแล้วอาจประคบด้วยน้ำอุ่น
  4. อาหาร ควรรับประทานอาหารอ่อน งดอาหารแข็งที่ต้องขบเคี้ยว
  5. ห้ามบาดแผลถูกน้ำอย่างน้อย 5 วัน หลังจากนั้นให้ถูกน้ำได้ ( ล้างหน้าได้ )
  6. ไม่ควรแกะบาดแผลหรือเศษเลือดที่ติดอยู่ไม่สั่งน้ำมูกแรงๆ
  7. ถ้ามีปัญหา หรืออาการผิดปกติ เช่น เลือดออกมากจมูกบวม-แดงมากผิดปกติ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ที่ คลินิกนี้
  8. มาตามแพทย์นัด ปกติจะนัด 5 วัน และมาตัดไหมเมื่อครบ 10-15 วัน (ไหมที่ใช้ เย็บเป็นไหมละลาย แต่การตัดออกเมื่อประมาณ 10 วันจะดีกว่ารอให้ละลายเอง )
  9. ห้าม ทายาฮีรูดอยล์หรือยาอื่นๆ ที่แผลเด็ดขา
ขอขอบคุณข้อมูลจาก โตไก คลีนิค (Thailand Cosmetic Surgery คลินิกเสริมความงาม, ศัลยกรรมความงาม)

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เสริมจมูก ด้วยวิธีฉีด(ไม่ต้องผ่าตัด)

การเสริมจมูกเป็นการทำศัลยกรรมที่นิยมกันมากที่สุดวิธีหนึ่งหนึ่งในแถบเอ เซีย เนื่องจากโครงหน้าของชาวตะวันออก มักจะมีจมูกที่ไม่เป็นสันโด่งสวยงาม เหมือนทางตะวันตก การเสริมจมูกมีด้วยกันหลากหลายวิธีในปัจจุบัน แต่แบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 กรรมวิธี ก็คือ การทำผ่าตัดและการไม่ต้องผ่าตัด แต่ละวิธีก็มีจุดเด่น จุดด้อยแตกต่างกัน บทความ

ก่อนหน้านี้ได้นำเสนอเกี่ยวกับการเสริมจมูกด้วยการผ่าตัดไปแล้ว ดังนั้นบทความนี้จะนำเสนอเรื่องการเสริมจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัดให้ทราบพอ สังเขป ประกอบการตัดสินใจสำหรับท่านที่ต้องการเติมให้สวย เพิ่มให้หล่อ ดังนี้ การเสริมจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัด เป็นการทำศัลยกรรมเสริมแต่งที่เริ่มเป็นที่นิยม ในระยะไม่นานมานี้ มักจะทำโดยศัลยแพทย์ หรือแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม ( Aesthetic Medicine) หรือแพทย์ผิวหนังที่ผ่านการอบรม แล้ว เหมาะสำหรับท่านที่กลัวการผ่าตัด และไม่อยากหยุดงาน หรือพักฟื้นหลังผ่าตัด หรือกังวลว่าจมูกที่เสริมไปไม่เป็นธรรมชาติ แข็ง หรือกลัวเบี้ยวเอียงในอนาคต โดยวิธีนี้แพทย์จะทำการฉีดสารกลุ่ม Filler agents เข้าไปใต้ชั้นผิวหนังที่ต้องการเสริม โดยอาจจะเพียงฉีดยาชาหรือทายาชามิให้เจ็บปวด หรือฉีดยานอนหลับ ในกรณีที่คนไข้กลัว หรือตื่นเต้นมากๆ

กลุ่ม Filler agents ที่นิยมนำมาเสริมจมูกในปัจจุบัน มักจะเลือกใช้แบบไม่ถาวร (Temporary Filler ) agents(ชั่วคราว) โดยสารกลุ่มนี้ จะทำให้คงอยู่ในร่างกายได้อย่างนานประมาณ 1 ปี ปกติแพทย์จะไม่นิยมฉีดสารที่ใบหน้า ในเวลาที่คงอยู่ได้นานหลายๆ ปี เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น โครงหน้าเราจะมีการเปลี่ยนแปลง มีการลดลงของคอลลาเจน และอีลาสติน เกิดการหย่อนคล้อยของโครงหน้า สารที่ฉีดถ้าอยู่นานๆ ในระยะเวลาปีหลังๆ อาจจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมอีกต่อไป ยกตัวอย่างเช่น การฉีดซิลิโคนเหลว ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ก็ไหลย้อย และยากแต่การกำจัดออก เนื่องจากโครงหน้าที่เปลี่ยนไปนั่นเอง ดังนั้นการเลือกฉีดสารที่ชั่วคราว จึงเป็นทางเลือกที่ดี และปลอดภัย

สารที่นิยมฉีด และปลอดภัย คือ สารสังเคราะห์ กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งตัว HA เป็นโปรตีนที่มีอยู่ในร่างกายเรา ในชั้นผิวหนังแท้ ( Dermis) สารที่อยู่ใน กลุ่มนี้ได้แก่ Restylane,Perlane,Juvederm,Hyalaform แต่ในเมืองไทย ที่ผ่าน อย. แล้ว จะเป็นยี่ห้อ Restylane,Perlane ฯลฯ ส่วน Juverderm ได้ข่าวว่ากำลังดำเนินการขออนุญาต จากอย.

จุดเด่นของการฉีดเสริมจมูกด้วยสาร HA :
  1. ไม่ต้องผ่าตัด หรือพักฟื้นหลังทำ ไม่พบอาการบวมแดง หลังฉีด สามารถไปทำงานได้ตามปกติ
  2. จัดแต่งรูปทรงได้ตามต้องการ
  3. ไม่ต้องวางยาสลบ หรือฉีดยาให้นอนหลับ เนื่องจากไม่เจ็บมาก ใช้เข็มขนาดปานกลาง เบอร์ 30-32
  4. ลักษณะจมูกดูเป็นธรรมชาติ สัมผัสได้เหมือนผิวหนังปกติ
  5. ไม่ต้องระวังเรื้องเบี้ยวเอียง ไม่ไหล ไม่เคลื่อนที่
  6. ไม่มีโอกาสแพ้ เนื่องจากไม่ได้ผลิตจากสัตว์เหมือนกลุ่มคอลลาเจน จึงไม่ต้องเทสต์ก่อนฉีด
  7. โอกาสติดเชื้อหลังฉีดแทบไม่มีหรือน้อยมาก
  8. เมื่อมีปัญหา สามารถสลายไปได้เอง ไม่ต้องผ่าตัด หรือดูดออก
จุดด้อย:
  1. ไม่คงทนถาวร ต้องฉีดซ้ำทุก 1 ปี เมื่อมีการยุบลงของจมูก
  2. อาจพบจุดแดงๆ ช้ำเล็กๆ ตามรูเข็มฉีดยา
  3. ต้องมีการฉีดเติมบ่อยๆ ทำให้เปลืองค่าใช้จ่าย (โดยอยู่ระหว่าง 10,000-12,000 บาท)
ส่วนสาร Filler agents ที่นิยมแอบฉีดกันมาก ก็คือ ซิลิโคนเหลว ซึ่งนิยมนำมาฉีดแก้ม คาง รอยบุ๋ม จมูก โดยบุคคลากร( ซึ่งมักจะไม่ใช่แพทย์) เพราะมีราคาถูก ประมาณ 1,000-5,000 บาท ทางอย.ไม่แนะนำให้ฉีดเด็ดขาด เพราะมีโอกาสไหล เคลื่อนที่ได้บ่อยๆ ทำให้เกิดก้อนเนื้อ (Granuloma)ได้ง่าย และแก้ไขได้ยาก ต้องทำการผ่าตัด จนอาจเกิดผลข้างเคียงทำให้เสียโฉมได้ เราเตือนท่านแล้วนะ!

ขอขอคุณข้อมูลจาก www.clinicneo.co.th เรียบเรียงและค้นคว้าใหม่โดย นพ.จรัสพล รินทระ

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552

การผ่าตัดเสริมจมูก (Augmentation Rhinoplasty)

เป็นการผ่าตัดที่นิยมทำกันมากอย่างหนึ่งในประเทศไทย สามารถทำแล้วได้ผลดี มีภาวะแทรกซ้อนน้อย ผ่าตัดแก้ไขได้ใหม่ถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อน

วิธีการผ่าตัด
วัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่คือซิลิโคนชนิดแข็งสำหรับการแพทย์ (Medical Grade Silicone) นำมาเหลาให้เข้ากับรูปหน้าของแต่ละคน แผลผ่าตัดจะมองไม่เห็นจากภายนอก เนื่องจากแผลอยู่ด้านในโพรงจมูก ก่อนการผ่าตัดแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ซึ่งอาจจะใช้ร่วมกับการให้ยานอนหลับ

หลังการผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้เลย
โดย บริเวณสันจมูกจะมีพลาสเตอร์ปิดอยู่เพื่อลดอาการบวมและเคลื่อนของซิลิโคน ควรปิดเอาไว้อย่างน้อย 48 ชั่วโมง แพทย์จะนัดมาดูอีกครั้งประมาณ 1 สัปดาห์หลังการผ่าตัด

หลังการผ่าตัด
  • ควรนอนหัวสูงและประคบบริเวณจมูกด้วยความเย็นอย่างน้อย 48-72 ชั่วโมง
  • จมูกและบริเวณข้างเคียงจะบวมมากที่สุดในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัดหลังจากนั้นจะค่อยๆยุบบวมลง
  • บริเวณที่อยู่ระหว่างหัวตาเป็นบริเวณที่บวมอยู่นานที่สุด
  • รอยช้ำที่เกิดจากการผ่าตัดจะหายไปภายในสองสัปดาห์
  • ไม่ควรแคะจมูกหรือสั่งน้ำมูกสองสัปดาห์หลังการผ่าตัด
ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดเสริมจมูก
  1. การอักเสบติดเชื้อ
    ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลังการรักษาต้องเอาซิลิโคนออกก่อนแล้วค่อยมาทำใหม่โดยทิ้งระยะห่างประมาณสามเดือน
  2. จมูกเอียง
    ถ้าไม่สามารถดัดให้เข้าที่ได้ ก็จะต้องได้รับการแก้ไขโดยการผ่าตัดอีกครั้งหนึ่ง
  3. จมูกทะลุ
    อาจเกิดขึ้นหลังการอักเสบติดเชื้อหรือซิลิโคนที่ใส่ไว้มีขนาดใหญ่หรือสูง เกินไปหรือซิลิโคนเลื่อนลงมาดันผิวหนังบริเวณปลายจมูกจนบางและทะลุออกมา เมื่อเกิดการทะลุจะต้องเอาซิลิโคนออกก่อนแล้วทิ้งระยะเวลาประมาณสามเดือนจึง ค่อยมาทำใหม่
    ขอขอบคุณข้อเขียนโดย
ข้อขอบคุณข้อมูลจาก http://variety.teenee.com โดย นพ.นราธิป ทรงทอง ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงาม ประจำรพ.วิภาวดี

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เสริมจมูก และ ตัดปีกจมูก

เสริมจมูกและตัดปีกจมูกเพื่อใบหน้าสวยสมส่วน ชวนมอง...
จมูก เป็นอวัยวะที่สำคัญบนใบหน้า เนื่องจากเป็นจุดเด่นที่สุด การมีจมูกที่ สวยงามได้สัดส่วนโดยเฉพาะความสูงโด่งที่พอเหมาะและการมีปีกจมูกที่ เหมาะสมกับบริเวณสันจมูก จะเพิ่มความสวยงามให้ใบหน้าสวยสมส่วน ซึ่งคนเอเชียส่วนใหญ่จมูกไม่โด่งเท่ากับคนตะวันตก การเสริมจมูกและการตัดปีกจมูกให้ได้รูปทรงในคนเอเชียจึงเป็นการผ่าตัดที่นิยมมากที่สุด อย่างหนึ่งในบรรดาการผ่าตัดศัลยกรรมความงาม
วิธีการผ่าตัดเสริมจมูกและการตัดปีกจมูก
สำหรับวิธีการผ่าตัดเสริมจมูกและการตัดปีกจมูก ไม่มีอะไรยุ่งยากและสามารถจะทำควบคู่พร้อมกันได้

ดังนั้นก่อนการผ่าตัด แพทย์ก็จะสอบถามความต้องการและ ซักประวัติความเจ็บป่วยโรคประจำตัว พร้อมทั้งพิจารณาลักษณะของจมูกเพื่อตัด -ตกแต่งให้ได้รูปทรงที่เหมาะสมกับใบหน้า

ทั้งนี้การผ่าตัดเสริมจมูก หรือการตัดปีกจมูก ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ และความเหมาะสมกับใบหน้า ซึ่งคุณจะทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือจะทำไปทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไปก็ได้

การเสริมจมูก
เป็นการตกแต่งโครงสร้างของจมูกให้ดูสูงขึ้น ทำให้โครงสร้างจมูกมีรูปร่างที่สวยงามขึ้น การผ่าตัดเสริมจมูกมีทำกันมานานหลายสิบปีแล้ว คนที่มีโครง สร้างของจมูกแบนทั้งผู้ชายและหญิงสาวสามารถรับการผ่าตัดเสริมจมูกได้ ควรจะมีอายุอย่างน้อย 16 ปี ขึ้นไป

วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก

  • ซิลิโคนอ่อน (Silicone)
  • เนื้อเยื่อของร่างกาย ได้แก่ กระดูกและกระดูกอ่อน (แต่ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยม)
การตัดปีกจมูก
เป็นการตกแต่งบริเวณจมูกส่วนล่างให้มีความเหมาะสมกับบริเวณสันจมูก และจมูกส่วนบน แก้ไขปีกจมูกที่ใหญ่ ลดขนาดรูจมูกที่กว้างและตัดปีก จมูกที่กางออก
ขั้นตอนการผ่าตัด
แพทย์จะให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้คุณนอนหลับลดความวิตก ในส่วนของการเสริมจมูกแพทย์จะนำแท่งซิลิโคนซึ่งได้ตกแต่งและทำ รูปร่างให้เรียบร้อยตามที่กำหนดไว้มาใส่ที่สันจมูก โดยแผลที่ผ่าตัดจะมี ความยาวประมาณ 1 ซม. บริเวณขอบรูจมูกอาจจะเป็นข้างเดียว หรือสองข้างก็ได้ตามแต่ความถนัดของแพทย์

จากนั้นจะมีการผ่าตัดสร้างช่องว่าง (Pocket) ที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูกให้สามารถใส่แท่งซิลิโคนที่เตรียมไว้ได้ เมื่อใส่เข้าไปก็ตรวจสอบความเรียบร้อย เย็บปิดแผลประมาณ 3 เข็ม ปิดพลาสเตอร์ หรือเฝือกจมูกเพื่อช่วยป้องกันตัวจมูกและลดอาการบวมเป็นอันเรียบร้อย

ทั้งนี้การใช้วัสดุเย็บแผล หรือชนิดพลาสเตอร์ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์แต่ละท่านและในส่วนของการตัดปีกจมูก แพทย์จะทำการผ่าตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินออกและจัดฐานปีกจมูกใหม่ ขั้นตอนนี้แพทย์จะสามารถกำหนดความกว้างของรูจมูกได้ด้วย

ขั้นตอนการผ่าตัดทั้งหมด
แพทย์ใช้เวลาเพียง 30 - 45 นาที หลังการผ่าตัดให้นอนพักประมาณ 1 ชม. เพื่อประคบผ้าเย็น และให้หมดฤทธิ์ยานอนหลับ แล้วคุณก็สามารถกลับบ้านได้ ถ้ามีการตัดไหม แพทย์จะนัดหลังการผ่าตัด ประมาณ 5-7 วัน ให้มาพบแพทย์หลังการผ่าตัดประมาณ 1 - 2 อาทิตย์ ตามที่แพทย์นัดโดยทั่วไปจมูกจะยุบบวมและเข้าที่ประมาณ 1 เดือน ดังนั้นคุณต้องระมัดระวังพอสมควรเรื่องการโดนกระแทก และควรอยู่ห่างเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ เพราะต้องรอเวลาเพื่อให้แท่งซิลิโคนถูกเนื้อจมูกห่อหุ้มให้แน่นมากๆ ก่อน (ประมาณ 1-3 เดือน) จึงจะสามารถทนแรงกระทบได้มาก แล้วคุณสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ พร้อมกับมีจมูกที่โด่งสวยและมีปีกจมูกที่เหมาะสมกลมกลืนกับใบหน้าอีกด้วย

วิธีการดูแลหลังการเสริมจมูกและตัดปีกจมูก
ประคบผ้าเย็นประมาณ 24-48 ชม. หลังจากนั้นถ้ามีรอยฟกช้ำให้ใช้น้ำอุ่นประคบสลับกับน้ำเย็น
นอนศีรษะสูง หนุนหมอนประมาณ 2-3 ใบ
จมูกจะบวมประมาณ 2-3 วัน ในวันที่ 4 ก็จะเริ่มยุบ
ทานอาหารตามปกติ ยกเว้นอาหารรสจัด และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และบุหรี่ ในช่วง 2 อาทิตย์แรก
พลาสเตอร์ที่ปิดแผลไว้ สามารถแกะออกได้ในวันที่ 3
รับประทานยาตามแพทย์สั่ง การรักษา

รวมค่ารักษา (บาท)
เสริมจมูก ซิลิโคนมาตรฐานทั่วไป 9,900
เสริมจมูก ซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ 14,900
แก้ไขจมูก ซิลิโคนมาตรฐานทั่วไป 13,500
แก้ไขจมูก ซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ 18,500
ขูดจมูกที่ฉีด Silicone 8,000
ถอดจมูก 4,000
แก้ไขปลายบางใสด้วยกระดูกหูหรือไขมัน 8,000
ตัดปีกจมูก 7,000
ตัดกระดูกสันจมูก 7,500
แก้ไขจมูกบี้จากปากแหว่ง 12,000
แก้ไขจมูกคดเอียงจากอุบัติเหตุ พัก 1 วัน 35,000
ลดขนาดจมูกที่ใหญ่ พัก 1 วัน 40,000

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ศัลยกรรมและความงามครบวงจร โรงพยาบาลยันฮี

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552

การทำศัลยกรรมตกแต่งเสริมจมูก

บริการผู้ป่วยนอก : ราคา 20,000 บาท


รายการที่รวมอยู่ในโปรแกรม :

  • ค่าห้องผ่าตัด ห้องพักฟื้นและพยาบาลผู้ช่วยแพทย์ผ่าตัด
  • ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ ค่าเวชภัณฑ์ที่ใช้ในการผ่าตัด
  • ค่ายาที่ใช้ในการผ่าตัดเช่น ยาชา น้ำเกลือ
  • ค่าแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด
  • ค่าวัสดุที่ใช้เสริมจมูก

รายการที่ไม่รวมอยู่ในโปรแกรม :

  • ค่ายาและเวชภัณฑ์สำหรับนำกลับบ้าน
  • ค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์ต่าง ๆ เช่น ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ ค่าตรวจทางพยาธิวิทยา ค่าตรวจทางรังสี ฯลฯ
  • ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำผ่าตัดครั้งนี้
  • ค่าใช้จ่ายในการทำผ่าตัดอื่น ๆ หรือ ศัลยกรรมตกแต่งอื่น ๆ
  • ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อนเข้าห้องผ่าตัด
  • ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกรณีต้องรับเป็นผู้ป่วยใน

หมายเหตุ :

ผู้ป่วยที่มีโรคแทรกซ้อนหรือมีความเสี่ยงสูงในการผ่าตัดจะไม่สามารถใช้โปรแกรมนี้ได้ ซึ่งได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหาทางโรคเลือด
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังและยังควบคุมไม่ได้ เช่น โรคเบาหวาน หรือภาวะติดเชื้อ HIV เป็นต้น
ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2552

ขอขอบคุณราคาจาก ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลกรุงเทพ