วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ไซนัส ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไม่ควรผ่าตัดเสริมจมูก เสริมดั้ง

แพทย์รามา เตือนเป็นหวัด ไซนัส ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไม่ควรผ่าตัดเสริมจมูก

ผศ.นพ.เฉลิมพงษ์ ฉัตรดอกไม้ไทร ภาควิชาศัลยศาสตร์ หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ผู้ที่จะทำศัลยกรรมเสริมความงามต่างๆ มีข้อควรระวัง คือ หากป่วย เป็นหวัด ไซนัส ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ลิ้นหัวใจอักเสบ มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือมีภาวะติดเชื้อต่างๆ ไม่ควรรับการผ่าตัดเพราะอาจเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมความงาม ควรได้รับการตรวจร่ายการอย่างละเอียด และหากเป็นการผ่าตัดที่ต้องดมยาสลบ จะต้องผ่านการตรวจเลือดวิเคราะห์โรคก่อน

ส่วน กรณีการรับบริการผ่าตัดเสริมจมูกแล้วป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบมีโอกาสน้อยมาก แต่ก็มีความเป็นไปได้อยู่บ้าง หากมีการติดเชื้ออยู่ก่อนแล้ว โดยมี 2 ปัจจัยหลัก คือ
  1. ผู้รับบริการมีอาการป่วย หรือได้รับเชื้อไข้สมองอักเสบมาก่อนที่จะได้รับผ่าตัดเสริมจมูก โดยเชื้ออาจจะอยู่ในระหว่างการฟักตัว จึงไม่แสดงอาการ และตัวผู้รับบริการจะไม่ทราบว่าป่วยอยู่
  2. มีการติดเชื้อบริเวณใบหน้าอยู่ก่อนแล้ว เช่น เป็นไซนัสอักเสบ หรือโพรงจมูกอักเสบ แล้วไปผ่าตัดเสริมจมูกที่มีการตัด เลาะเนื้อเยื้อ ก็อาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายเข้าสู่สมองได้

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เสริมจมูก ดีหรือไม่ดีในแง่โหงวเฮ้ง

การทำเสริมจมูก หรือลดปีกจมูก หรือตกแต่งจมูก

กรณีของการทำจมูก จะเสริม หรือลด หรือตกแต่งอย่างไรก็แล้วแต่ หากทำแล้ว สันจมูกแหลมเกินไป ก็จะมีผลทำให้เจ้าชะตา ครอบครัวร้าวฉาน มีปัญหา อันนี้กรณีที่มีครอบครัวแล้วนะครับ

ส่วน ถ้ายังไม่มีครอบครัว ก็จะมีผลในเรื่องหน้าที่การงาน ซึ่งแรก ๆ อาจคล่องตัวขึ้น นี่คือดี แต่ไม่ระยะยาวนะครับ แล้วแต่ดวงคน (พิจารณาด้านอื่นประกอบด้วย) แต่ยังไงก็ยังส่งผลไม่ดีในเรื่องคู่ครอง ชีวิตครอบครัว

เรื่องครอบครัวร้าวฉานนั้น หญิงบางคนก็แก้ด้วยการเป็นภรรยาคนที่ 2 หรือ 3 หรือ 4 (>_<) ของเขาไปเลย ซึ่งก็ทำได้ในกรณีอย่างนี้ เพราะหมายถึง "คู่ครองเสีย" แล้วไงครับ (ไม่ใช่คู่ครองตายนะครับคนละความหมายกัน) ซึ่งถ้าเป็นแล้วคุณพอใจ ก็โอเค แล้วแต่ความพอใจของแต่ละคน ยิ่งกรณีเป็นสาวที่ไม่มีปรีน่อง คือขาเรียวสวย อันนี้ ยิ่งถูกโฉลกกับการเป็นภรรยาคนที่ 2 เลยครับ (ดวงมักไปอย่างนั้น) ฉะนั้น กรณีเสริมจมูก กรีดตา ฉีดไขมันที่ใบหน้า ส่วนใหญ่ถ้าจะเสีย (ทำไม่ตรงตามตำรา) จะเสียในเรื่อง เงิน กับครอบครัว และอาจพาลไปถึงสุขภาพด้วย เช่น กรณีไมเคิล แจคสันและอดีตราชินีลูกทุ่งของเรา

จำไว้ว่า "สันจมูกคือทำมาหาเก็บ ปีกจมูกคือทำมาหากิน"

ยกเว้นให้จะให้หมอทำสันจมูกกลมมน โด่ง และปีกจมูกหนา ซึ่งผมก็ไม่ค่อยเห็นใครทำแบบนี้นะ

การเสริมจมูกบางท่าน อาจจะให้หมอทำโด่งมากไป ก็มีผลต่อปีกจมูกด้วย คือทำให้ปีกจมูกบางลงหรือไม่สมส่วน (ไม่ดี) ในแง่โหงวเฮ้ง ซึ่งกรณีนี้ก็จะมีผลในเรื่องการงานที่ไม่ค่อยคล่องตัว สะดุด ซึ่งยิ่งเจ้าชะตาทำให้จมูกโด่งไปมากเท่าใด ปีกจมูกทั้งสอง ก็จะบางลงตามไปด้วย เพราะมันดึงกัน ซึ่งการที่ปลายจมูกโด่งมากไป ก็มีผลให้เงินทองในวัยสูงอายุมีปัญหา (ดูไมเคิล แจคสันเป็นตัวอย่าง)
ทั้งนี้ นี่ยังไม่นับ กรณีหมอทำแล้วมีแผลเป็นอีกนะ ถ้ามีก็จบกันเลยครับ จบนี่หมายถึง เรื่องเงิน เรื่องครอบครัว...ไม่ดี

ตัวอย่างจมูกเสริมแล้วดูดีหาดูได้ที่...
ที่จริงมีอีกเยอะครับ สำหรับใครที่คิดเสริมจมูกจริง ๆ ละก็ ลองดู คุณจั๊กจั่น (ดารา) หรือน้องทาทา (นักร้อง) เป็น แม่แบบก็ได้ คือไม่ว่าจมูกเขาจะจมูกจริงหรือเสริม ผมไม่ขอวิจารณ์ในที่นี้ แต่ขอบอกว่า ทั้งสองเป็นตัวอย่างจมูกที่โหงวเฮ้งดีเลยครับ งานดี เงินดี เงินเก็บเยอะ และไม่รั่วไหลอีกต่างหาก อิจฉา ๆ

อ้อ...หรือ จะให้ใหญ่แบบ "โน้ต" อุดม แต้พานิช ก็ได้นะครับ อันนี้ยิ่งดี แต่ค่าทำน่าจะแพงนะ แล้วสาว ๆ คงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เหอะ ๆ

โอ เค หากไม่แน่ใจยังไงถ้าจะเมลมาถามก็ได้ครับ ไม่หวงวิชาและไม่คิดเงิน ซึ่งผมจะตอบในแง่วิชานรลักษณ์ (Physiognomyhy) เท่านั้นนะครับ ในแง่อื่น ของดออกความเห็นครับ เพราะเวลาน้อย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณวสิทธ์ www.oknation.net

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เสริมจมูก, แต่งปีกจมูก

คำแนะนำเรื่องการเสริมจมูก
ปัจจุบัน ศัลยกรรมตกแต่ง มีความก้าวหน้าไปมาก การเสริมจมูกเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมความงาม ซึ่งทำ ได้รวดเร็วเห็นผลทันที มีความปลอดภัย ผลแทรกซ้อนน้อยและไม่เป็นอันตรายปัจจุบันมีสารที่ใช้เสริมจมูกได้ ปลอดภัย เป็นที่ยอมรับของวงการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ Silastic Silicone ซึ่งมีความคงตัวไม่เสื่อมสลายตามกาลเวลา ไม่มีปฎิกริยากับร่างกาย สามารถถอดออกได้โดยไม่หลงเหลือค้างในร่างกาย, สามารถเปลี่ยนได้ในรายที่ต้องการเปลี่ยนรูปทรง

ผู้ที่เหมาะสมแก่การ เสริมจมูกได้แก่ ผู้ที่ต้องการให้สันจมูกโด่งขึ้นหรือต้องการให้จมูกมีรูปทรงงดงามขึ้น ในบางรายที่มีสันจมูกหัก ปลายจมูกงุ้มอาจต้องทำศัลยกรรมโดย ตัดส่วนที่เป็นกระดูกหักออก และตกแต่งให้ได้รูปทรงสวยงาม

ผลเสียจากการเสริมจมูก พบได้บ้างไม่มากนัก ได้แก่ การติดเชื้ออักเสบ , เลือดออก , สันจมูกเอียง , ไม่ได้รูปทรงสวยงาม ในบางรายที่ไม่ได้รับการดูแลที่ดี อาจทะลุผิวหนังได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถ ความชำนาญของศัลยแพทย์ ซึ่งผลแทรกซ้อนต่างๆนี้สามารถป้องกันและแก้ไขได้ ผู้ที่มีความประสงค์ที่จะรับการเสริมจมูก ควรจะได้รับการปรึกษาจากแพทย์ที่จะทำการผ่าตัด เพราะอาจมีข้อห้าม เช่น โรคประจำตัวบางอย่างที่ไม่ควร ได้รับการผ่าตัดได้แก่โรคเลือดออกไม่หยุด, เบา-หวานขั้นรุนแรง เป็นต้น

การเตรียมตัวเพื่อรับการเสริมจมูก
  1. งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนผ่าตัด
  2. ไม่ควรรับประทานยาบางอย่าง ซึ่งอาจทำให้เลือดหยุดได้ช้าลงเช่นแอสไพริน
  3. ถ้าท่านมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาชนิดใด กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด
  4. อย่า กลัวหรือวิตกกังวล เพราะการผ่าตัดนี้ปลอดภัยมาก ไม่มีอันตรายใดๆ
การปฎิบัติตัวหลังผ่าตัด
  1. ใน 1 - 2 วันแรกควรพักผ่อนให้มากๆ ไม่ควรออกกำลังมาก และหลีกเลี่ยงการ กระทบกระแทก
  2. นอนหัวสูง ประมาณ 30 ํ - 40 ํ
  3. อาจประคบด้วยน้ำแข็งใน 1- 2 วันแรก(โดยประคบครั้งละ 15 นาทีเว้น 15นาที ) หลังจาก 2 วันแล้วอาจประคบด้วยน้ำอุ่น
  4. อาหาร ควรรับประทานอาหารอ่อน งดอาหารแข็งที่ต้องขบเคี้ยว
  5. ห้ามบาดแผลถูกน้ำอย่างน้อย 5 วัน หลังจากนั้นให้ถูกน้ำได้ ( ล้างหน้าได้ )
  6. ไม่ควรแกะบาดแผลหรือเศษเลือดที่ติดอยู่ไม่สั่งน้ำมูกแรงๆ
  7. ถ้ามีปัญหา หรืออาการผิดปกติ เช่น เลือดออกมากจมูกบวม-แดงมากผิดปกติ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ที่ คลินิกนี้
  8. มาตามแพทย์นัด ปกติจะนัด 5 วัน และมาตัดไหมเมื่อครบ 10-15 วัน (ไหมที่ใช้ เย็บเป็นไหมละลาย แต่การตัดออกเมื่อประมาณ 10 วันจะดีกว่ารอให้ละลายเอง )
  9. ห้าม ทายาฮีรูดอยล์หรือยาอื่นๆ ที่แผลเด็ดขา
ขอขอบคุณข้อมูลจาก โตไก คลีนิค (Thailand Cosmetic Surgery คลินิกเสริมความงาม, ศัลยกรรมความงาม)

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เสริมจมูก ด้วยวิธีฉีด(ไม่ต้องผ่าตัด)

การเสริมจมูกเป็นการทำศัลยกรรมที่นิยมกันมากที่สุดวิธีหนึ่งหนึ่งในแถบเอ เซีย เนื่องจากโครงหน้าของชาวตะวันออก มักจะมีจมูกที่ไม่เป็นสันโด่งสวยงาม เหมือนทางตะวันตก การเสริมจมูกมีด้วยกันหลากหลายวิธีในปัจจุบัน แต่แบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 กรรมวิธี ก็คือ การทำผ่าตัดและการไม่ต้องผ่าตัด แต่ละวิธีก็มีจุดเด่น จุดด้อยแตกต่างกัน บทความ

ก่อนหน้านี้ได้นำเสนอเกี่ยวกับการเสริมจมูกด้วยการผ่าตัดไปแล้ว ดังนั้นบทความนี้จะนำเสนอเรื่องการเสริมจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัดให้ทราบพอ สังเขป ประกอบการตัดสินใจสำหรับท่านที่ต้องการเติมให้สวย เพิ่มให้หล่อ ดังนี้ การเสริมจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัด เป็นการทำศัลยกรรมเสริมแต่งที่เริ่มเป็นที่นิยม ในระยะไม่นานมานี้ มักจะทำโดยศัลยแพทย์ หรือแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม ( Aesthetic Medicine) หรือแพทย์ผิวหนังที่ผ่านการอบรม แล้ว เหมาะสำหรับท่านที่กลัวการผ่าตัด และไม่อยากหยุดงาน หรือพักฟื้นหลังผ่าตัด หรือกังวลว่าจมูกที่เสริมไปไม่เป็นธรรมชาติ แข็ง หรือกลัวเบี้ยวเอียงในอนาคต โดยวิธีนี้แพทย์จะทำการฉีดสารกลุ่ม Filler agents เข้าไปใต้ชั้นผิวหนังที่ต้องการเสริม โดยอาจจะเพียงฉีดยาชาหรือทายาชามิให้เจ็บปวด หรือฉีดยานอนหลับ ในกรณีที่คนไข้กลัว หรือตื่นเต้นมากๆ

กลุ่ม Filler agents ที่นิยมนำมาเสริมจมูกในปัจจุบัน มักจะเลือกใช้แบบไม่ถาวร (Temporary Filler ) agents(ชั่วคราว) โดยสารกลุ่มนี้ จะทำให้คงอยู่ในร่างกายได้อย่างนานประมาณ 1 ปี ปกติแพทย์จะไม่นิยมฉีดสารที่ใบหน้า ในเวลาที่คงอยู่ได้นานหลายๆ ปี เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น โครงหน้าเราจะมีการเปลี่ยนแปลง มีการลดลงของคอลลาเจน และอีลาสติน เกิดการหย่อนคล้อยของโครงหน้า สารที่ฉีดถ้าอยู่นานๆ ในระยะเวลาปีหลังๆ อาจจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมอีกต่อไป ยกตัวอย่างเช่น การฉีดซิลิโคนเหลว ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ก็ไหลย้อย และยากแต่การกำจัดออก เนื่องจากโครงหน้าที่เปลี่ยนไปนั่นเอง ดังนั้นการเลือกฉีดสารที่ชั่วคราว จึงเป็นทางเลือกที่ดี และปลอดภัย

สารที่นิยมฉีด และปลอดภัย คือ สารสังเคราะห์ กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งตัว HA เป็นโปรตีนที่มีอยู่ในร่างกายเรา ในชั้นผิวหนังแท้ ( Dermis) สารที่อยู่ใน กลุ่มนี้ได้แก่ Restylane,Perlane,Juvederm,Hyalaform แต่ในเมืองไทย ที่ผ่าน อย. แล้ว จะเป็นยี่ห้อ Restylane,Perlane ฯลฯ ส่วน Juverderm ได้ข่าวว่ากำลังดำเนินการขออนุญาต จากอย.

จุดเด่นของการฉีดเสริมจมูกด้วยสาร HA :
  1. ไม่ต้องผ่าตัด หรือพักฟื้นหลังทำ ไม่พบอาการบวมแดง หลังฉีด สามารถไปทำงานได้ตามปกติ
  2. จัดแต่งรูปทรงได้ตามต้องการ
  3. ไม่ต้องวางยาสลบ หรือฉีดยาให้นอนหลับ เนื่องจากไม่เจ็บมาก ใช้เข็มขนาดปานกลาง เบอร์ 30-32
  4. ลักษณะจมูกดูเป็นธรรมชาติ สัมผัสได้เหมือนผิวหนังปกติ
  5. ไม่ต้องระวังเรื้องเบี้ยวเอียง ไม่ไหล ไม่เคลื่อนที่
  6. ไม่มีโอกาสแพ้ เนื่องจากไม่ได้ผลิตจากสัตว์เหมือนกลุ่มคอลลาเจน จึงไม่ต้องเทสต์ก่อนฉีด
  7. โอกาสติดเชื้อหลังฉีดแทบไม่มีหรือน้อยมาก
  8. เมื่อมีปัญหา สามารถสลายไปได้เอง ไม่ต้องผ่าตัด หรือดูดออก
จุดด้อย:
  1. ไม่คงทนถาวร ต้องฉีดซ้ำทุก 1 ปี เมื่อมีการยุบลงของจมูก
  2. อาจพบจุดแดงๆ ช้ำเล็กๆ ตามรูเข็มฉีดยา
  3. ต้องมีการฉีดเติมบ่อยๆ ทำให้เปลืองค่าใช้จ่าย (โดยอยู่ระหว่าง 10,000-12,000 บาท)
ส่วนสาร Filler agents ที่นิยมแอบฉีดกันมาก ก็คือ ซิลิโคนเหลว ซึ่งนิยมนำมาฉีดแก้ม คาง รอยบุ๋ม จมูก โดยบุคคลากร( ซึ่งมักจะไม่ใช่แพทย์) เพราะมีราคาถูก ประมาณ 1,000-5,000 บาท ทางอย.ไม่แนะนำให้ฉีดเด็ดขาด เพราะมีโอกาสไหล เคลื่อนที่ได้บ่อยๆ ทำให้เกิดก้อนเนื้อ (Granuloma)ได้ง่าย และแก้ไขได้ยาก ต้องทำการผ่าตัด จนอาจเกิดผลข้างเคียงทำให้เสียโฉมได้ เราเตือนท่านแล้วนะ!

ขอขอคุณข้อมูลจาก www.clinicneo.co.th เรียบเรียงและค้นคว้าใหม่โดย นพ.จรัสพล รินทระ